แอปเรียนภาษายุโรปสำหรับคนไทย: ตัวไหนเรียนจากภาษาไทยได้ ตัวไหนฝึกพูด ตัวไหนพาไปถึงงาน

แอปเรียนภาษาส่วนใหญ่ไม่มีเมนูภาษาไทย เน้นทักษะต่างกัน และมีไม่กี่ตัวที่พาไปถึงระดับที่งานในยุโรปต้องการ เราเทียบให้ทีละข้อ
สรุปสั้น ๆ
ถ้าจะเรียนภาษายุโรปเพื่อไปทำงาน อย่าเลือกแอปจากความดัง ให้เลือกจาก 3 ข้อ คือเรียนจากภาษาไทยได้ไหม เน้นพูดหรือเน้นไวยากรณ์ และพาไปถึงระดับที่งานต้องการหรือเปล่า แอปฟรีช่วยเริ่มต้นได้ดี แต่ใบรับรองที่นายจ้างและสถานทูตยอมรับมาจากการสอบจริง เช่น Goethe-Zertifikat หรือ DELF
1. ทำไมเรียนในแอปทุกวัน อาจยังไม่พอสำหรับงาน
งานและวีซ่าในยุโรปวัดภาษาเป็นระดับ ไม่ได้วัดจากจำนวนวันที่เรียนต่อเนื่อง ตัวอย่างจากเยอรมนี วีซ่าเรียนสายอาชีพ (Ausbildung) โดยทั่วไปต้องมีภาษาเยอรมันระดับ B1 ส่วน Chancenkarte สำหรับผู้สมัครผ่านระบบคะแนนต้องมีภาษาเยอรมันอย่างน้อย A1 หรือภาษาอังกฤษอย่างน้อย B2 ตามข้อมูลของ Make it in Germany Make it in Germany↗
ภาษายังสัมพันธ์กับการมีงานทำด้วย ข้อมูล Eurostat ปี 2022 พบว่าคนวัยทำงานใน EU ที่มีงานทำ 78.5% รู้ภาษาต่างประเทศอย่างน้อยหนึ่งภาษา เทียบกับ 65.0% ในกลุ่มคนว่างงาน Eurostat↗
ข้อคิด: ตั้งเป้าเป็นระดับ เช่น B1 ภายในกี่เดือน แล้วค่อยเลือกเครื่องมือที่พาไปถึง
2. แอปพาไปได้ไกลแค่ไหน งานวิจัยบอกอะไร
งานวิจัยชี้ว่าแอปช่วยด้านการอ่านและการฟังได้จริง แต่การพูดยังตามหลัง และระดับที่ได้ส่วนใหญ่ยังต่ำกว่าที่งานต้องการ
การอ่านและการฟัง: งานวิจัยในวารสาร Foreign Language Annals ปี 2021 พบว่าผู้เรียน 225 คนที่เรียนภาษาสเปนหรือฝรั่งเศสด้วย Duolingo อย่างเดียวจนจบระดับเริ่มต้น อ่านและฟังได้ใกล้เคียงนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เรียนมา 4 เทอม Foreign Language Annals, 2021↗
การพูด: งานวิจัยในวารสาร Language Learning & Technology ปี 2024 ติดตามผู้เรียนภาษาสเปนด้วยตนเอง 48 คนเป็นเวลา 3 เดือน หลังใช้ Duolingo เฉลี่ยประมาณ 27 ชั่วโมง คะแนนด้านการอ่าน ฟัง เขียน และพูดดีขึ้น Language Learning & Technology, 2024↗
ผลการศึกษาที่ Duolingo เผยแพร่: ผู้เรียนที่จบช่วงระดับ A2 ของคอร์ส พูดได้ถึง A2 ขึ้นไปราว 66% ในภาษาสเปน และ 53% ในภาษาฝรั่งเศส Duolingo, 2021↗
งานที่ยกมาศึกษาผู้เรียน Duolingo ในคอร์สและกลุ่มตัวอย่างที่กำหนด ผลจึงไม่ได้บอกว่าทุกคนจะเรียนถึง A2 หรือว่า A2 เป็นระดับสูงสุดที่เรียนด้วยแอปได้ ถ้าเป้าหมายคือ B1 ให้ประเมินการพูดแยกจากความคืบหน้าในแอป แล้วเสริมการฝึกสนทนาและทบทวนไวยากรณ์ในจุดที่ยังติดขัด
ข้อคิด: ใช้แอปเป็นช่วงแรกของแผน ไม่ใช่ทั้งแผน

3. ข้อแรก: เรียนจากภาษาไทยได้ไหม
แอปส่วนใหญ่สอนภาษายุโรปผ่านภาษาอังกฤษ ถ้าภาษาอังกฤษของคุณยังไม่แน่น การเรียนจากภาษาไทยจะช่วยให้ไม่หลุดตั้งแต่บทแรก
- Duolingo ประกาศเมื่อเมษายน 2025 ว่าคนไทยเรียนภาษาสเปน ฝรั่งเศส เยอรมัน และอิตาลี จากภาษาไทยได้แล้ว จากเดิมที่ส่วนใหญ่มีแค่ภาษาอังกฤษ
- Mondly ระบุว่าภาษาไทยเป็นหนึ่งในภาษาแม่ที่ใช้เรียนภาษาอื่นได้
- LingoDeer, italki และ Preply มีเมนูภาษาไทยในแอป
- Babbel, Busuu, Memrise, Drops, Pimsleur, Rosetta Stone และ Lingoda ยังไม่มีเมนูภาษาไทย ต้องเรียนผ่านภาษาอังกฤษ
ข้อคิด: ถ้าภาษาอังกฤษยังไม่ถึง B1 เริ่มจากแอปที่สอนจากภาษาไทยก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนไปเรียนผ่านภาษาอังกฤษ ซึ่งได้ฝึกสองภาษาไปพร้อมกัน
4. ข้อสอง: เน้นพูด หรือเน้นไวยากรณ์
แต่ละแอปเก่งคนละด้าน ปัญหาที่พบบ่อยคือเรียนต่อเนื่องมาหลายร้อยวันแต่ยังพูดประโยคง่าย ๆ ไม่ออก เพราะเลือกแอปที่ไม่ได้ฝึกพูด
ถ้าอยากพูดได้
- Pimsleur สอนผ่านเสียงล้วน เน้นการพูดและการออกเสียง
- italki และ Preply คือเรียนตัวต่อตัวกับครูผ่านวิดีโอ ครูตั้งราคาเอง
- Busuu ให้คนที่เป็นเจ้าของภาษาช่วยแก้แบบฝึกพูดและเขียนของคุณ
ถ้าอยากแน่นไวยากรณ์และการเขียน
- LingoDeer เรียงบทเรียนตามไวยากรณ์อย่างเป็นระบบ
- Deutsch für dich ของ Goethe-Institut มีแบบฝึกไวยากรณ์ คำศัพท์ การอ่าน และการฟัง ตั้งแต่ A1 ถึง C2 ฟรี
ถ้าแค่อยากเพิ่มคำศัพท์
- Drops เน้นคำศัพท์ด้วยภาพและเสียง เล่นฟรีวันละ 5 นาที
ข้อคิด: ใช้แอปหนึ่งตัวสำหรับไวยากรณ์ และอีกช่องทางหนึ่งสำหรับพูดกับคนจริง แอปเดียวแทบไม่เคยพอ
| เทียบ | Duolingo | Mondly | italki |
|---|---|---|---|
| เรียนจากภาษาไทย | ได้ อังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี | ได้ ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ | เมนูภาษาไทย เรียนกับครูตัวต่อตัว |
| ภาษายุโรป | อังกฤษ และอีก 4 ภาษา | ประมาณ 25 ภาษา | ครูกว่า 150 ภาษา |
| เน้นอะไร | ครบ 4 ทักษะ แบบเกม | บทเรียนสั้น จับเสียงพูด | การพูด ตัวต่อตัว |
| สำหรับงาน / สอบ | ไม่มีคอร์สธุรกิจ | บทเรียนธุรกิจกว่า 300 บท | ครูสอนธุรกิจ เตรียมสอบ และสัมภาษณ์งาน |
| ราคา | ใช้ฟรีได้ | เสียเงินเป็นหลัก | ครูตั้งราคาเอง |
| เหมาะกับ | เริ่มต้น สร้างนิสัยรายวัน | เรียนหลายภาษา อยากได้เนื้อหาธุรกิจ | อยากพูดได้จริง |
5. ข้อสาม: พาไปถึงงานได้หรือเปล่า
ถ้าเป้าหมายคือทำงาน ให้มองหาเนื้อหาภาษาที่ใช้ในที่ทำงาน และระดับที่ไปได้ไกลกว่า A2
- Busuu มี Business English ระดับ A2 ถึง C1 เรื่องสมัครงาน สัมภาษณ์ อีเมล และการประชุม และมีภาษาฝรั่งเศสกับดัตช์สำหรับธุรกิจ
- Mondly มีบทเรียนเนื้อหาธุรกิจกว่า 300 บท
- vhs-Lernportal ของเยอรมนีมีคอร์ส Berufssprache Deutsch หรือภาษาเยอรมันสำหรับการทำงาน ระดับ A2 ถึง B1 และ B2 ฟรี มีเรื่องการสมัครงาน การสัมภาษณ์ และการคุยกับลูกค้า
- Lingoda เรียนสดเป็นกลุ่มเล็ก ไม่เกิน 5 คน มี Business English และให้ใบรับรองตามระดับ CEFR เมื่อเรียนจบแต่ละระดับ
อีกเรื่องที่ควรรู้: ใบรับรองจากแอปส่วนใหญ่ไม่ใช่ใบรับรองทางการ Babbel เองก็ระบุว่าใบรับรองคอร์สของตนไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ถ้าต้องยื่นวีซ่าหรือสมัครงาน ให้วางแผนสอบจริง เช่น Goethe-Zertifikat สำหรับภาษาเยอรมัน DELF หรือ DALF สำหรับภาษาฝรั่งเศส และ DELE สำหรับภาษาสเปน Babbel↗
ข้อคิด: ใช้แอปพาไปถึงระดับ แล้วใช้การสอบจริงพิสูจน์ระดับนั้น
6. ของฟรีจากหน่วยงานทางการ ที่หลายคนมองข้าม
ก่อนจ่ายค่าแอป ลองเริ่มจากของฟรีที่ทำโดยหน่วยงานของประเทศนั้นเอง เนื้อหาตรงกับระดับ CEFR และไม่มีโฆษณา
- เยอรมัน: Nicos Weg ของ Deutsche Welle เป็นคอร์สวิดีโอระดับ A1 ถึง B1, Deutsch für dich ของ Goethe-Institut ระดับ A1 ถึง C2 และ vhs-Lernportal ระดับ A1 ถึง B2
- ฝรั่งเศส: TV5MONDE Apprendre le français ระดับ A1 ถึง B2 ใช้ฟรีไม่ต้องสมัคร และช่วยเตรียมสอบ TCF
- สเปน: AVE Global ของ Instituto Cervantes เป็นคอร์สออนไลน์เสียเงิน ระดับ A1 ถึง C1
ข้อคิด: ของฟรีเหล่านี้ส่วนใหญ่สอนผ่านภาษาอังกฤษหรือภาษาเป้าหมาย จึงเหมาะกับคนที่ผ่านระดับเริ่มต้นมาแล้ว
7. เรียนกับครูในกรุงเทพฯ
ถ้าต้องการโครงสร้างและครูที่ตรวจงานให้ ทั้งสองสถาบันนี้สอนตามระดับ CEFR และเป็นศูนย์สอบด้วย
- Goethe-Institut Thailand สอนระดับ A1 ถึง B2 ในห้องเรียน ค่าเรียนคอร์สละ 5,500 ถึง 10,900 บาท และสอนเป็นภาษาเยอรมันตั้งแต่ชั่วโมงแรก
- Alliance Française Bangkok สอนระดับ A1 ถึง C2 เริ่มต้นชั่วโมงละ 192 บาท คอร์ส 24 ชั่วโมง 5,190 บาท และมีสอบ DELF และ DALF ปีละสามรอบ คือมีนาคม มิถุนายน และพฤศจิกายน
ข้อคิด: ห้องเรียนแพงกว่าแอป แต่ได้ครูแก้การพูดและการเขียนให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่แอปทำได้น้อยที่สุด
8. สูตรผสมตามเป้าหมาย
- อยากไปเรียนสายอาชีพที่เยอรมนี (ต้องการ B1): เริ่ม Duolingo หรือ Mondly จากภาษาไทย ต่อด้วย Nicos Weg และ vhs-Lernportal ฝึกพูดกับครูบน italki แล้วสอบ Goethe-Zertifikat B1
- อยากทำงานบริษัทที่ใช้ภาษาอังกฤษ: Business English บน Busuu หรือ Lingoda และฝึกสัมภาษณ์กับครู ส่วนภาษาท้องถิ่นเรียนไว้สำหรับชีวิตประจำวัน
- อยากย้ายไปฝรั่งเศส: TV5MONDE ฟรีควบคู่กับคลาสที่ Alliance Française Bangkok แล้วสอบ DELF
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากประเทศไหน อ่าน “อยากไปทำงานยุโรป เริ่มจากตรงไหน” แล้วตั้งเป้าระดับภาษาของประเทศนั้นเป็นข้อแรกของแผน 30 วัน

คำถามที่พบบ่อย
แอปเรียนภาษาเยอรมันที่สอนเป็นภาษาไทยมีไหม
มี Duolingo ประกาศเมื่อปี 2025 ว่าคนไทยเรียนภาษาเยอรมันจากภาษาไทยได้แล้ว และ Mondly ก็รองรับภาษาไทยเป็นภาษาแม่ ส่วนของฟรีจากหน่วยงานทางการส่วนใหญ่สอนผ่านภาษาอังกฤษ
ใบรับรองจากแอปใช้ยื่นวีซ่าหรือสมัครงานได้ไหม
ส่วนใหญ่ไม่ได้ ใบรับรองที่ยอมรับกันมาจากการสอบมาตรฐาน เช่น Goethe-Zertifikat, DELF หรือ DELE ใช้แอปเพื่อเตรียมตัว แล้วสอบจริงเพื่อยืนยันระดับ
ไปทำงานยุโรปต้องใช้ภาษาท้องถิ่นระดับไหน
ขึ้นกับเส้นทาง ตัวอย่างในเยอรมนี วีซ่าเรียนสายอาชีพโดยทั่วไปต้องการ B1 ส่วน Chancenkarte ในเส้นทางระบบคะแนนกำหนดภาษาเยอรมันอย่างน้อย A1 หรือภาษาอังกฤษอย่างน้อย B2 เช็กเงื่อนไขของประเทศและตำแหน่งที่คุณเล็งก่อนวางแผนเสมอ
คำถามสำหรับคุณ
ตอนนี้คุณเรียนภาษายุโรปด้วยวิธีไหน และวิธีนั้นพาคุณไปถึงระดับที่งานที่คุณเล็งต้องการหรือยัง?
อ่านต่อ

How-to
อยากไปทำงานยุโรป เริ่มจากตรงไหน: 30 วันแรกอย่าเพิ่งหว่านใบสมัคร
คนส่วนใหญ่เริ่มจากการส่งใบสมัคร ทั้งที่ใบสมัครควรเป็นปลายทางของการตัดสินใจสามเรื่องก่อนหน้า ได้แก่ จะเจาะตลาดไหน จะย้ายไปด้วยเส้นทางใด และจะทำให้นายจ้างเข้าใจคุณค่าของประสบการณ์จากไทยได้อย่างไร
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากไหน? ใช้เวลาเพียง 2 นาที เช็กว่าตอนนี้คุณอยู่ขั้นไหน และควรทำอะไรต่อเพื่อไปทำงานในยุโรป
