
โอกาสมีอยู่จริง แต่ต้องเลือกประเทศและเตรียมตัวให้ตรงกับตลาด
หลายประเทศในยุโรปกำลังเผชิญกับการเติบโตที่ช้าลงของประชากรวัยทำงาน ขณะที่บางอุตสาหกรรมยังต้องการแรงงานเพิ่ม คนที่ย้ายเข้ามาทำงานจึงมีบทบาทต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคมากขึ้น
งานศึกษาของคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า สัดส่วนประชากรวัยทำงานในสหภาพยุโรปที่เกิดนอก EU เพิ่มจากประมาณ 8% ในปี 2014 เป็นมากกว่า 12% ในปี 2024 และแรงงานกลุ่มนี้มีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงาน European Commission↗
อย่างไรก็ตาม การขาดแรงงานในภาพรวมไม่ได้แปลว่าผู้สมัครทุกสายอาชีพจะหางานได้ง่าย
งานเดียวกันอาจขาดคนในประเทศหนึ่ง แต่มีคนล้นในอีกประเทศ
ตลาดงานยุโรปแตกต่างกันตามประเทศ เมือง อุตสาหกรรม และภาษา การดูตัวเลขระดับภูมิภาคอย่างเดียวจึงอาจทำให้เข้าใจโอกาสของตัวเองคลาดเคลื่อนได้
ข้อมูลจาก European Labour Authority พบว่า ในบรรดาอาชีพที่ถูกจัดว่าขาดแคลนในอย่างน้อยหนึ่งประเทศ มีถึง 98% ที่ถูกจัดว่ามีแรงงานเกินความต้องการในประเทศอื่นด้วย European Labour Authority↗
อาชีพที่ขาดแคลนอย่างแพร่หลายมีทั้งพยาบาล ช่างเชื่อม ช่างไฟ พ่อครัว ตลอดจนงานด้านสุขภาพ วิศวกรรม และการก่อสร้าง European Labour Authority↗
แทนที่จะถามกว้าง ๆ ว่า “ยุโรปต้องการอาชีพของฉันไหม” คำถามที่ช่วยให้วางแผนได้มากกว่าคือ
ประเทศใดกำลังต้องการทักษะของฉัน และฉันผ่านเงื่อนไขการทำงานของประเทศนั้นหรือไม่?
มีทักษะตรงตลาด ยังต้องผ่านเงื่อนไขอื่นด้วย
แม้ประสบการณ์ของคุณจะสอดคล้องกับความต้องการของตลาด นายจ้างยังต้องพิจารณาอีกหลายเรื่อง เช่น
- คุณวุฒิหรือใบประกอบวิชาชีพได้รับการยอมรับหรือไม่
- ตำแหน่งนั้นต้องใช้ภาษาท้องถิ่นระดับใด
- บริษัทสามารถจ้างผู้สมัครจากต่างประเทศได้หรือไม่
- ต้องขอใบอนุญาตทำงานประเภทไหน
- คุณเริ่มงานและย้ายประเทศได้เมื่อไร
อาชีพที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ กฎหมาย การศึกษา หรือความปลอดภัยมักมีข้อกำหนดเพิ่มเติม คุณอาจต้องผ่านกระบวนการรับรองคุณวุฒิก่อนจึงจะสมัครหรือเริ่มงานได้
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่มีฝีมือจึงอาจยังไม่ได้รับการตอบรับ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่คุณค่าของประสบการณ์ แต่อยู่ที่นายจ้างยังมองไม่เห็นว่ากระบวนการจ้างและย้ายประเทศจะเกิดขึ้นได้จริงอย่างไร
EU Talent Pool กำลังเพิ่มช่องทางเชื่อมผู้สมัครกับนายจ้าง
ในเดือนมีนาคม 2026 สภาแห่งสหภาพยุโรปให้ความเห็นชอบขั้นสุดท้ายแก่ EU Talent Pool แพลตฟอร์มนี้จะช่วยเชื่อมผู้สมัครจากนอก EU กับนายจ้างในประเทศสมาชิกที่สมัครใจเข้าร่วม และคาดว่าจะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในปี 2027
การได้รับข้อเสนองานผ่านแพลตฟอร์มไม่ได้ทดแทนขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง ผู้สมัครยังต้องขอสิทธิพำนักและใบอนุญาตทำงานตามกฎของแต่ละประเทศ Council of the EU↗
พัฒนาการนี้แสดงให้เห็นว่ายุโรปกำลังสร้างช่องทางดึงดูดแรงงานที่มีทักษะมากขึ้น แต่ความสำเร็จของผู้สมัครยังขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวให้ตรงกับตลาดและกติกาของประเทศเป้าหมาย
ทำอย่างไรให้ทักษะของคุณพร้อมย้ายประเทศ
แทนที่จะส่งใบสมัครกระจายไปทั่วยุโรป ลองเลือกประเทศเป้าหมายหนึ่งถึงสามประเทศ แล้วตรวจสอบสี่เรื่องต่อไปนี้
- อาชีพของคุณขาดแคลนในประเทศนั้นจริงหรือไม่
- คุณวุฒิหรือใบประกอบวิชาชีพต้องผ่านการรับรองหรือไม่
- นายจ้างต้องการภาษาและประสบการณ์ระดับใด
- ใบอนุญาตทำงานเส้นทางไหนตรงกับสถานการณ์ของคุณ
เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ค่อยปรับเรซูเม่ให้เล่ามากกว่ารายการหน้าที่ ระบุว่าคุณเคยแก้ปัญหาอะไร มีความเชี่ยวชาญด้านไหน และสร้างผลลัพธ์แบบใด เพื่อให้นายจ้างเห็นได้เร็วว่าประสบการณ์ของคุณตอบโจทย์ที่เขากำลังเผชิญอย่างไร
การที่ตลาดต้องการคนเป็นเพียงส่วนหนึ่ง โอกาสย้ายประเทศจะเกิดขึ้นได้เมื่อทักษะของคุณตรงกับประเทศ นายจ้าง และเส้นทางการย้ายถิ่นที่เหมาะสมในเวลาเดียวกัน
คำถามสำหรับคุณ
ตอนนี้อุปสรรคหลักอยู่ที่ทักษะ ตลาดงาน เอกสาร หรือการเลือกประเทศเป้าหมาย?
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากไหน? ใช้เวลาเพียง 2 นาที เช็กว่าตอนนี้คุณอยู่ขั้นไหน และควรทำอะไรต่อเพื่อไปทำงานในยุโรป
